【โหลด superslot】บาทอ่อนค่าหนัก! หลังทรัมป์เก็บ Reciprocal Tariff ไทย 36%
เงินบาทเปิดเช้านี้ ‘อ่อนค่าลงหนัก’ หลังทรัมป์เรียกเก็บภาษีไทยในอัตราที่สูงถึง 36% Krungthai Global Markets เตือนบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงต่อได้ ส่วนตลาดการเงินยังมีความผันผวนอยู่ในระดับสูง
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
วันนี้ (3 เมษายน) พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.38 บาทต่อดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงหนัก’ จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.16 บาทต่อดอลลาร์
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
“โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงหนัก (แกว่งตัวในกรอบ 34.07-34.45 บาทต่อดอลลาร์) หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่สินค้านำเข้าจากประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงถึง 36% (ลดลงจากที่ทางการสหรัฐฯ ประเมินไว้ 72%) ซึ่งการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวนั้นสูงกว่าที่ตลาดได้ประเมินไว้พอสมควร กดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังการประกาศดังกล่าว อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้างหลังราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ก็ทยอยอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลกระทบของนโยบายการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ สะท้อนผ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสราว 39% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ถึง 4 ครั้ง ในปีนี้” พูนกล่าว
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้ว่าจะแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าที่รุนแรงกว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ก็กลับมาอ่อนค่าลง ตามการปรับตัวลงหนักของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงสู่โซน 103.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 103.1-104.2 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ล่าสุด ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 3,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยส่องตลาดทั่วโลกเคลื่อนไหวอย่างไรหลังทรัมป์ประกาศปลดแอกสหรัฐฯ
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ก่อนที่จะรับรู้มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ “Liberation Day” ทำให้โดยรวมดัชนี S P500 ปิดตลาด +0.67% อย่างไรก็ดี บรรยากาศในตลาดการเงินพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงชัดเจน หลังมาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของสหรัฐฯ นั้นรุนแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ดังจะเห็นได้จากสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S P500 ที่ล่าสุด ดิ่งลง -3%
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง -0.50% ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างขายทำกำไรบรรดาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงก่อนหน้า อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและทหาร เช่น Airbus -3.2%
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 4.06% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ที่รุนแรงกว่าคาด กดดันให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 39% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง ในปีนี้ ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูง ซึ่งต้องรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน อย่างใกล้ชิด และแม้ว่า เราจะมองว่า บอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่ แต่เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ นั้นปรับตัวลงเร็วและลึกเกินไป ทำให้เราขอเน้นย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น (เน้นรอ Buy on Dip)
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยเปิดแนวโน้ม 24 ชั่วโมงหลังจากนี้
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) ในเดือนมีนาคม และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะหลังตลาดได้รับรู้มาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าคาดพอสมควร
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และรายงานการประชุม ECB ล่าสุด
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
และในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี Caixin PMI ภาคการบริการ ในเดือนมีนาคม ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 51.5 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด สะท้อนถึง ภาวะขยายตัว)
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยเปิดแนวโน้มของค่าเงินบาท
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
Krungthai GLOBAL MARKETS คงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ และจากการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาท (USDTHB) ได้กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยเงินบาทเสี่ยงที่จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ที่อาจทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายสินทรัพย์ไทย อย่าง หุ้นไทยเพิ่มเติม หลังมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ล่าสุด อย่าง มาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) นั้นมีความรุนแรงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ (สินค้านำเข้าจากไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงถึง 36% ซึ่งสูงกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ในโซน 20%-25%)
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าว อาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วนอย่างฝั่งผู้ส่งออก นอกจากนี้ ความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ก็กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง แทนที่จะแข็งค่าขึ้นชัดเจน หลังผู้เล่นในตลาดต่างลดความเชื่อมั่นในธีม US Exceptionalism อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินดอลลาร์นั้นเสี่ยงเผชิญความผันผวนแบบ Two-Way Volatility ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ว่าจะออกมาอย่างไร และทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้หรือไม่
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะเริ่มจากยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย จนถึงรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการที่จะทยอยรับรู้ในช่วง 21.00 น. โดยสถิติย้อนหลัง 1 ปี สะท้อนว่า เงินบาท (USDTHB) อาจมีกรอบการแกว่งตัวระดับ +/- 1 SD ได้ราวถึง +/-0.20% หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าว 30 นาที
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยบาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทย
โดยมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ)
บาทอ่อนค่าหนักหลังทรัมป์เก็บReciprocalTariffไทยสามารถติดตาม THE STANDARD WEALTHผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้งานอยู่แล้วได้เลย






