【15รับ100ทํา300ถอน100】เปิดเกมรุกดึงซีอีโอ ลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทย ปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาค | เดลินิวส์
ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และธนาคารโลก ได้จัดงานสัมมนา ซีอีโอ ฟอรัม : ลดการปล่อยคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมภายใต้โครงการเมืองคาร์บอนต่ำของประเทศไทย เพื่อแสดงความมุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่เป้าหมายเน็ต ซีโร่ นวัตกรรมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์
เริ่มจาก “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.อุตสาหกรรม ฉายภาพถึงการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบันว่า จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและโครงสร้างการผลิต การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์ทั้งนี้กลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ 5 ประเด็น และภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น การจัดการปัญหากากอุตสาหกรรม การลดมลพิษทางอากาศ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว การพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับงานบริการ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เป็นอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน โดยภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ สนับสนุนให้อุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์
“ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว บังคับใช้เกณฑ์ใหม่ปี 2568 ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย และสนับสนุนเทคโนโลยีสะอาด นอกจากนี้ จะมีการประกาศใช้มาตรฐานลดก๊าซเรือนกระจก 7 มาตรฐาน พัฒนาแนวทางให้สอดคล้องสากล และสร้างกลไกให้สถานประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนได้ง่ายขึ้นพร้อมทั้งส่งเสริมพลังงานสะอาด ร่วมมือกระทรวงพลังงานแก้ไขอุปสรรค สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ลดพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน กำหนดมาตรฐานใหม่กว่า 55 มาตรฐาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมนิว เอสเคิร์พ มีเป้าหมายครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯ เชื่อมั่นในศักยภาพและความร่วมมือของผู้ประกอบการไทยสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์
“สุเมธ ตั้งประเสริฐ” กรรมการ กนอ. รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการสู่ “อุตสาห กรรมคาร์บอนต่ำ” รับมือความท้าทายด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และความยั่งยืน โดยกำหนดให้มีการวิเคราะห์ความเสี่ยง แนวทางสนับสนุนธุรกิจยั่งยืน ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวผ่านนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำภายใต้แนวทาง พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน สนับสนุนพลังงานสะอาด จัดการของเสียผ่าน “มาบตาพุด แซนด์บ็อกซ์” และพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน โดย กนอ. สร้างกลไกคาร์บอน ไฟแนนซ์ ร่วมกับธนาคารโลก พัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต และตั้งศูนย์กลางความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน โดย กนอ.พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไทยลดก๊าซเรือนกระจก สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนสีเขียวในภูมิภาค
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์
ด้าน นางสาวเมลินดา กูด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าวว่า การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่วาระของอนาคตอีกต่อไป แต่มันกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และผู้ที่เป็นผู้นำจะเป็นผู้กำหนดยุคถัดไปของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ธนาคารโลกรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นพันธมิตรในการจัด CEO Forum และสนับสนุนประเทศไทยในการสร้างอนาคตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโต ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประเทศไทยมีองค์ประกอบที่เหมาะสมทุกประการในการเป็นผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และเจตนารมณ์ที่ชัดเจน โครงการเมืองคาร์บอนต่ำ ที่รัฐบาลไทยและธนาคารโลกจะร่วมมือกันจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมมีเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็รักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ที่กำลังจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยจะมีโอกาสอันดีเยี่ยมในการแสดงบทบาทความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศและความมุ่งมั่นของภาคเอกชนต่อเวทีระดับโลก.
เปิดเกมรุกดึงซีอีโอลดคาร์บอนอุตสาหกรรมไทยปั้นไทยฮับลงทุนสีเขียวภูมิภาคเดลินิวส์